วันอังคารที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2550

การทำงานของโครงการศูนย์เรียนรู้เพื่อครอบครัวเข้มแข็ง จังหวัดพัทลุง

โครงการศูนย์เรียนรู้เพื่อครอบครัวเข้มแข็ง จังหวัดพัทลุง
เป็นการทำงานที่เน้นการเรียนรู้เพื่อมีส่วนร่วมเพื่อคืนความเข้มแข็งสู่ครอบครัว ในภาคมีภาคีที่ทำเรื่องนี้อยู่ที่สงขลา จะทำงานกับโรงเรียน สุราษฏร์ธานี เน้นทำงานกับชุมชนและการอบรมให้กับหน่วยงานต่างๆตรัง จะจัดโซนเขา นา เล เพื่อสะดวกกับการดูแล ในการทำงานของโครงการศูนย์เรียนรู้เพื่อครอบครัวเข้มแข็ง จังหวัดพัทลุง จะมีคณะทำงานกลางที่มาจากหลากหลายภาคส่วน เช่นข้าราชการครู ปราญ์ชาวบ้าน นักพัฒนาเอกชน มาร่วมกันขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ระดับจังหวัดพัทลุงมีพื้นการทำงานใน 9 ชุมชน ซึ่งมีความหลากหลายไปตามระบบนิเวศและวัฒนธรรม

กิจกรรมของชุมชนทั้งเวทีเรียนรู้และงานวิจัย
ชุมชนโรงเรียนนิคมควนขนุน เป็นชุมชนใหม่ที่ร่วมคนจากหลายๆที่ จึงมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมในการจัดเวทีจึงจัดการเรียนรู้เรื่องของ การแห่เทียนพรรษา และการทำขนมเดือนสิบ การทำงานวิจัยเรื่องแผนที่คนมีดีก็ได้พบบุลคลที่ภูมิปัญญาที่สามารถนำมาขยายผลเป็นกิจกรรม เช่นการร้องเพลงกล่อมเด็ก ผลปรากฏว่าได้รับการตอบรับจากคนในชุมชนเป็นอย่างดี
ชุมชนพนางตุง- ทะเลน้อย เป็นชุมชนเก่าแก่แต่โดยสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทำให้เกิดปัญหาในหลายด้านทั้งเรื่องหนี้สินและปัญหาการหย่าร้าง แกนนำได้นำการทำบัญชีชีวิตไปสู่การลดค้าใช้จ่าย เกิดเป็นกิจกรรมการทำน้ำยาล้างจาน และทำขนมเดือนสิบ
ชุมชนโรงเรียนปัญญาวุธ เป็นชมชนเก่าแก่ที่ยังดำรงวิถีชาวนา แต่กำลังถูกสวนยางรุกเข้ามาเรื่อยๆ ทำแกนนำทำเรื่องวัฒนธรรมที่กำลังจะเลือนหายเช่นการนวด การทำขนมในเดือนสิบ และทำงานวิจัยเรื่องแผนที่คนมีดีเพื่อสืบค้นภูมิปัญญาที่มีอยู่ในพ่อแก่ แม่เฒ่า ทำให้เกิดเยาวชนที่สนใจต่อเรื่องราวในชุมชน
ชุมชนโรงเรียนวชิรธรรมสถิต มีพื้นที่เป็นทุ่งนามากกว่าชุมชนอื่นแต่ก็ถูกกระทบด้วยระบบทุนมากเพราะอยู่ใกล้เมือง ทางโรงเรียนจึงเห็นว่าน่าจะทำงานร่วมกับชุมชนในทุกส่วนเพื่อดูแลเยาวชนโดยยึดเอาวิถีชาวนามาสร้างการเรียนรู้เพื่อปลูกฝังคุณค่าของการใช้แรงงานและการรักท้องถิ่น ในส่วนของงานวิจัย ได้ทำเรื่องคำสอนของครอบครัวซึ่งทำให้เด็กได้เรื่องรู้สิ่งดีๆจากคนในชุมชน
ชุมชนโรงเรียนประชาบำรุง เป็นชุมชนเก่าแก่ที่มียางพาราเป็นพื้นฐานเศรษฐกิจทำให้ผู้คนห่างไกลกันจึงต้องการจะรื้อฟื้นวัฒนธรรมเก่าของคนตะโหมด เช่นการทำขนมเดือนสิบ การรดน้ำคนแก่ และด้วยการที่มีปัญหาเรื่องการใช้จ่ายจึงทำการวิจัยเรื่องบัญชีชีวิต
ชุมชนโรงเรียนหารเทารังสีประชาสรรค์ เป็นชุมชนชาวนาที่เก่าแก่ที่มีวัดเป็นศูนย์รวม ทำให้โรงเรียนและชุมชนมีกิจกรรมในวัดอยู่เสมอ ทั้งเรื่องของภูมิปัญญาด้านยาสมุนไพร และการทำขนมพื้นบ้าน เยาวชนก็สนใจทำวิจัยเรื่องคำสอนของครอบครัวเพื่อสืบค้นภูมิปัญญาที่จะให้คนเป็นคนดี
ชุมชนทุ่งนุ่น เป็นชุมชนซึ่งตั้งขึ้นใหม่ เป็นชุมชน 2 ศาสนาที่ยังธรรมชาติอันอุดม แต่คนก็ยังไม่มีระบบคิดที่ดีทำให้มีปัญหาเรื่องอาหารและขยะ ชุมชนจึงจัดเวทีเรียนรู้เรื่องขนมพื้นบ้าน การทำน้ำยาล้างจาน จากการทำบัญชีชีวิต
ชุมชนป่าแก่ เป็นชุมชนที่มีมุสลิมร้อยเปอร์เซ็น และมีป่าเขาลำเนาไพรที่อุดมสมบูรณ์ แต่โดยกระแสการบริโภคที่ทำให้คนห่างไกลจากธรรมชาติทำให้ชุมชนต้องกลับไปเรียนรู้การอยู่ร่วมกับธรรมชาติ เช่นเรื่องการฟื้นฟูผักพื้นบ้าน และเรื่องศาสนาไปพร้อมๆกัน
ชุมชนป่าบอน เป็นชุมชนที่มีความสมบูรณ์ทางเศรษฐกิจ มีทั้งสวนยางพารา สวนสับปะรส และนาข้าวความสัมพันธ์ของคนในชุมชนที่ยังดำรงความสัมพันธ์ในแบบเครือญาติอย่างเหนียวแน่น


การประชาสัมพันธ์
โครงการมีเรื่องของการจัดทำจดหมายข่าวราย 2 เดือนที่รวบรวมเรื่องราวกิจกรรม การเรียนรู้ของชุนชนเอาไว้ มีการจัดรายการวิทยุครอบครัวเข้มแข็งที่วิทยุชุมชนพระพุทธศาสนา จังหวัดพัทลุง ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์โดยอ.สมคิด ทองสง และมีเว็บไซต์ www.patalungfamily.blogspot .com เผยแพร่กิจกรรมของโครงการ
ในการทำงานร่วมกับองค์กรอื่นๆเช่นการทำงานกับเครือข่ายงดเหล้า ได้ส่งเสริมให้เกิดนักสื่อสารน้อย (ดีเจน้อยและนายหนังน้อย) เพื่อรณรงค์การงดเหล้าซึ่งเยาวชนอาสาก็สะท้อนมาว่าพวกเขาก็ได้พัฒนาตนเองเช่นกัน รวมกับองค์กรทางศาสนาเพื่อจัดการเรียนรู้เรียนครอบครัวกับศาสนาทั้งกับมุสลิม และพระนักเทศน์ ทั้งนี้เพื่อเผยแพร่แนวคิดกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเพื่อให้ครอบครัวเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลงเพราะเราเชื่อว่า"มนุษย์ทุกคนมีเมล็ดพันธุ์แห่งความรัก มนุษย์ทุกคนมีเมล็ดพันธุ์แห่งการเรียนรู้ มนุษย์ทุกคนมีเมล็ดพันธุ์แห่งความดี"
หลักกระบวนการพัฒนา
**การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเป็นแกนกลางของทุกกิจกรรม เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงศักยภาพ เคารพความเป็นมนุษย์ เชื่อในพลังการเรียนรู้
**ยึดชุมชนเป็นตัวตั้ง เพราะงานเป็นของชุมชนด้วยเชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงต่างๆต้องเกิดจากคนในพื้นที่ เมื่อชุถมชนเรียนรู้เข้าใจ ชุมชนจะลุกขึ้นมาแก้ปัญหาในชุมชนด้วนตนเอง

ตางรางกิจกกรมของชุมชน

ชุมชนควนออก - ป่าบอนต่ำสร้างการเรียนรู้โดยผ่านเวทีวัฒนธรรมเช่นการทำขนมเดือนสิบ อาหารพื้นบ้าน กีฬาพื้นบ้าน งานวิจัยการเลี้ยงลูก พื้นที่สร้างสรรค์ /ไม่สร้างสรรค์ทุกข์ของครอบครัวในชุมชนความสัมพันธ์ในครอบครัวการเลี้ยงลูก

โรงเรียนหารเทารังสีประชาสรค์สร้างการเรียนรู้โดยผ่านเวทีวัฒนธรรมเช่น
การทำขนมเดือนสิบ อาหารพื้นบ้าน กีฬาพื้นบ้าน การเลี้ยงลูก พื้นที่สร้างสรรค์ /ไม่สร้างสรรค์ทุกข์ของครอบครัวในชุมชนความสัมพันธ์ในครอบครัวคำสอนของครอบครัวงานวื่อมีนายหนังน้อย ดีเจน้อย
โรงเรียนประชาบำรุงสร้างการเรียนรู้โดยผ่านเวทีวัฒนธรรมเช่นการทำขนมเดือนสิบ เรียนรู้วิถีคนตะโหมด
บัญชีชีวิตดีเจน้อย

ชุมชนทุ่งนุ่นสร้างการเรียนรู้โดยผ่านเวทีวัฒนธรรมเช่นการทำขนมพื้นบ้านการลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน โดยการปลูกผักสวนครัวทำน้ำยาล้างจานบัญชีชีวิตผังเครือญาติ และประวัติศาสตร์ชุมชนดีเจน้อย
ชุมชนศาลาแม็ง - ป่าแก่ตกสร้างการเรียนรู้โดยผ่านเวทีวัฒนธรรมเช่นอาหารพื้นบ้าน ผักพื้นบ้านการเลี้ยงลูก พื้นที่สร้างสรรค์ /ไม่สร้างสรรค์ทุกข์ของครอบครัวในชุมชนความสัมพันธ์ในครอบครัวภูมิปัญญาในวงจรชีวิตดีเจน้อย
โรงเรียนวชิรธรรมสถิตบูรณาการการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเข้าสู่ระบบของโรงเรียนสร้างการเรียนรู้โดยผ่านเวทีวัฒนธรรมเช่นวิถีชาวนาคำสอนของครอบครัวภูมิปัญญาในวงจรชีวิตนายหนังน้อย ดีเจน้อย
โรงเรียนปัญญาวุธสร้างการเรียนรู้โดยผ่านเวทีวัฒนธรรมและศาสนาเช่นประเพณีวันสารทเดือนสิบ กานวดพื้นบ้าน แห่เทียนพรรษาคำสอนของครอบครัวภูมิปัญญาในวงจรชีวิตบัญชีชีวิตความสัมพันธ์ในครอบครัวแผนที่คนมีดีโนราน้อย ดีเจน้อย

ชุมชนทะเลน้อย - พนางตุงสร้างการเรียนรู้โดยผ่านเวทีวัฒนธรรมเช่นการทำขนมเดือนสิบ และการลดค่าใช้จ่ายในการทำน้ำยาล้างจานบัญชีชีวิตดีเจน้อย
โรงเรียนนิคมควนขนุนวิทยาสร้างการเรียนรู้โดยผ่านเวทีวัฒนธรรมเช่น การละเล่นพื้นบ้าน ประเพณีวันสารทเดือนสิบคำสอนของครอบครัวภูมิปัญญาในวงจรชีวิตบัญชีชีวิตความสัมพันธ์ในครอบครัวแผนที่คนมีดี
ทุกข์ของครอบครัวในชุมชนดีเจน้อย

ไม่มีความคิดเห็น: